วันพุธที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2555

เกร็ดความเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน



จาก: Kittiya Sophonphokai <kittiya@ombudsman.go.th>
วันที่: 11 เมษายน 2555, 12:45
หัวเรื่อง: เกร็ดความเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน
ถึง: 

อำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดิน

 

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้ในมาตรา ๒๔๔ ไว้ดังต่อไปนี้ คือ

                   (๑) พิจารณาและสอบสวนหาข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนในกรณี

                        (ก) การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมายของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น

                        (ข) การปฏิบัติหรือละเลยการไม่ปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ของข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยงานราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ  หรือราชการส่วนท้องถิ่น ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ร้องเรียนหรือประชาชนโดยไม่เป็นธรรม ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ก็ตาม

                        (ค) การตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาล

                        (ง) กรณีอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ

                   (๒) ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา ๒๗๙ วรรคสาม และมาตรา ๒๘๐

                   (๓) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำข้อเสนอแนะในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมตลอดถึงข้อพิจารณาเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในกรณีที่เห็นว่าจำเป็น

                   (๔) รายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาทุกปี ทั้งนี้ ให้ประกาศรายงานดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาและเปิดเผยต่อสาธารณะด้วย

                   การใช้อำนาจตาม (๑) (ก) (ข) และ (ค) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการเมื่อมีการร้องเรียน เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเห็นว่า การกระทำดังกล่าวมีความกระทบต่อความเสียหายของประชาชนส่วนรวมหรือเพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ ผู้ตรวจการแผ่นดินอาจพิจารณาและสอบสวนโดยไม่มีการร้องเรียนได้

 

                   นอกจากนี้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๗๙ ยังกำหนดให้มาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท ให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรมที่กำหนดขึ้น และมาตรา ๒๘๐ ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่เสนอแนะหรือให้คำแนะนำในการจัดทำประมวลจริยธรรม และส่งเสริมให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีจิตสำนึกในด้านจริยธรรม จึงเห็นได้ว่า อำนาจหน้าที่ที่สำคัญของผู้ตรวจการแผ่นดินตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ล้วนยึดโยงอยู่กับการกระทำหรือไม่กระทำการของเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐแทบทั้งสิ้น 

 

กิตติยา(เจี๊ยบ) โสภณโภไคย

นักวิชาการอาวุโสระดับสูง

สำนักส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรม

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน

'  0 2141 9277  7 0 2143 8373

* kittiya@ombudsman.go.th or

     sophon_kit@hotmail.com

 

 

 

  

 

 



 

วันจันทร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2555

"กูเกิล ดูเดิล" รำลึก 182 ปี "เอ็ดวาร์ด เจ. เมย์บริดจ์" ผู้ให้กำเนิดภาพเคลื่อนไหว

"กูเกิล ดูเดิล" รำลึก 182 ปี "เอ็ดวาร์ด เจ. เมย์บริดจ์" ผู้ให้กำเนิดภาพเคลื่อนไหว

วันที่ 09 เมษายน พ.ศ. 2555 เวลา 20:30:15 น.

Share 




หากเปิดหน้าแรกของเว็บกูเกิลในวันนี้ จะพบว่ามีหน้าตาแปลกไป ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของกูเกิล ที่จะเปลี่ยนไปตามการครบรอบโอกาสต่างๆ

 

 

 

โดยในวันนี้ ถึงคราวของ "เอ็ดวาร์ด เจ. เมย์บริดจ์"ช่างภาพชาวอังกฤษ ผู้เป็นคนแรกๆที่คิดค้นกล้องถ่ายรูป ที่ในวันนี้เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิด 182 ปีของเขา โดยใช้ภาพของหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของเขา นั่นก็คือ "The Horse in Motion"

 

 

 

 

"เอ็ดวาร์ด เจ. เมย์บริดจ์" (Eadweard J. Muybridge) เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน 1830  และเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายเมื่อเดือนพฤษภาคม 1904 เขาเป็นช่างภาพและนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษ ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา เขามีชื่อเสียงจากการศึกษาทดลองถ่ายภาพการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ในช่วงแรก เขาเน้นถ่ายภาพภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมต่างๆ

 

โดยเฉพาะภาพที่ถ่ายขึ้นในปี 1872    ที่เขาต้องการพิสูจน์ว่า ขณะที่ม้าวิ่ง จะมีช่วงเวลาหนึ่งที่ขาทั้งสี่ของม้าจะลอยอยู่กลางอากาศพร้อมกัน เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาสื่อภาพถ่ายและวีดิโอ ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในภาพวิดีโอยุคแรกๆของโลก

 

 

 

 

เอ็ดวาร์ดได้ทำการถ่ายภาพที่สนามแข่งม้าของมหาเศรษฐีเลแลนด์ สแตนฟอร์ด ที่เมืองซาคราเมนโต รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยใช้กล้อง 12 ตัวตั้งเรียงด้วยระยะห่างเท่ากันตามเส้นทางวิ่งของม้าเพื่อจับภาพขณะที่ม้ากำลังวิ่ง โดยใช้เทคนิคการลั่นชัตเตอร์ด้วย เส้นเชือกที่ขึงไว้ที่พื้น เมื่อกีบเท้าม้าสัมผัสเชือก ก็เป็นสัญญาณให้ทำการกล้องถ่ายรูปเป็นชุดๆ อย่างต่อเนื่องตามจุดที่กำหนด  เพื่อพิสูจน์ว่ามีจังหวะหนึ่งของการวิ่งที่ขาของม้าลอยจากพื้นหมดทั้งสี่ข้าง เมื่อนำภาพถ่ายจากกล้องแต่ละตัวมาวางเรียงกัน จะได้ภาพถ่ายต่อเนื่อง ครั้งแรกในโลก โดยครั้งแรกนั้นเขาสามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 12 ภาพ และเป็นจุดเริ่มต้นของ ศาสตร์ภาพเคลื่อนไหว หรือ ภาพยนตร์ ในเวลาต่อมา

 

และต่อมาในปี 1877-1878 เขาได้ทำการทดลองซ้ำอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้กล้องทั้งหมด 24 ตัว  จากนั้นจึงได้นำมาใช้ศึกษาท่าทางการเคลื่อนไหวของคนลักษณะต่างๆ เช่น คนอ้วน ผู้หญิง ผู้ชาย นักกีฬา

 

 

เครื่อง Phenakistoscope

 

 

 

 

ภาพของ Muybridge  ถูกนำมาใช้ในเครื่อง Phenakistoscope ซึ่งถือกันว่าเป็นเครื่องฉายภาพยนตร์เครื่องแรกที่สามารถฉายภาพเคลื่อนไหวลงบนฉากได้ ในปี 1879 Muybridge ได้ทำการประดิษฐ์เครื่อง Zoopraxiscope (zoogyroscope)

 

 

เครื่อง zoopraxiscope

 

 

zoopraxiscope ถือว่าเป็นอุปกรณ์ฉายภาพยนตร์เครื่องแรกของโลก ที่จะวาดรูปภาพเคลื่อนไหวต่อเนื่องที่ละภาพลงบนจานแก้ว แล้วนำจานแก้วนั้นไปหมุนอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดเสมือนเป็นภาพเคลื่อนไหว



 

กิจกรรม "จากภูผาสู่มหานที ชวนทำความดี คืนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ"



จาก: Boon Volunteer : ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา <boonvolunteer@gmail.com>
วันที่: 9 เมษายน 2555, 15:12
หัวเรื่อง: กิจกรรม "จากภูผาสู่มหานที ชวนทำความดี คืนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ"
ถึง:


เปิดรับอาสาสมัคร  ร่วมเรียนรู้ธรรมชาติและฟื้นฟูท้องทะเล จ.ชุมพร
 
"จากภูผาสู่มหานที ชวนทำความดี คืนชีวิตกลับสู่ธรรมชาติ"
 
นำก้อนดินจุลินทรีย์ (ระเบิดจุลินทรีย์) และบ้านปลาทำที่จากวัสดุธรรมชาติ (ซั้ง) ลงสู่ท้องทะเลชุมพร
 

♦ วันที่ : 21-22 เมษายน / 19-20 พฤษภาคม 2555

♦ สถานที่ : ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต และศูนย์กีฬาดำน้ำ จ.ชุมพร

♦ จำนวนที่รับ : ครั้งละ 25-30 คน

♦ ค่าใช้จ่าย
- สำหรับผู้ดำน้ำตื้น 2,200 บาท
- สำหรับผู้ดำน้ำลึก (Scuba) 3,400 บาท
- ราคานี้รวม ค่าดำน้ำ ค่าที่พัก 1 คืน และอาหาร 4 มื้อ
- ราคานี้ ไม่รวม ค่ารถ และค่าของใช้ส่วนตัว

ข้อมูลเพิ่มเติม >> คลิกที่นี่

--
บุญที่ทุกคนทำได้... เวลา แรงกาย สติปัญญา
 
 
โครงการฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา (เครือข่ายพุทธิกา)
เลขที่ 45/4 ซ.อรุณอมรินทร์ 39 (เหล่าลดา) ถ.อรุณอมรินทร์
แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700

โทรศัพท์: 0-2882-4387, 0-2886-0863
โทรสาร: 0-2882-5043

อีเมล: boonvolunteer@gmail.com
เฟซบุ๊ก: boonvolunteer
เว็บไซต์: www.budnet.org/boonvolunteer
 
 
วันเวลาทำการ:
§ จันทร์          10.30-18.00 น.
§ อังคาร-ศุกร์    9.00-18.00 น.



วันอังคารที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555

แถลงการณ์สถาบันพระปกเกล้า เรื่องงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ณ วันที่ 3 เมษายน 2555



จาก: สถาบันพระปกเกล้า <webmaster@kpi.ac.th>
วันที่: 3 เมษายน 2555, 15:02
หัวเรื่อง: แถลงการณ์สถาบันพระปกเกล้า เรื่องงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ณ วันที่ 3 เมษายน 2555
ถึง: 

 

 

LOGO BANK copy.jpg

 

ดาวน์โหลดแถลงการณ์สถาบันพระปกเกล้า เรื่องงานวิจัยการสร้างความปรองดองแห่งชาติ

วันที่ 3 เมษายน 2555

http://www.kpi.ac.th/kpith/index.php?option=com_content&task=view&id=1310&Itemid=1

 



 

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2555

[สช.ร่อนข่าว] ฉบับที่ 23 คสช. เห็นชอบมติจัดการน้ำมันทอดซ้ำ




จาก: National Health Commission Office of Thailand <nationalhealth@nationalhealth.or.th>
วันที่: 2 เมษายน 2555, 7:46
หัวเรื่อง: [สช.ร่อนข่าว] ฉบับที่ 23 คสช. เห็นชอบมติจัดการน้ำมันทอดซ้ำ
ถึง: 

ฉบับที่ 23 คสช. เห็นชอบมติจัดการน้ำมันทอดซ้ำ

Printer-friendly   version
   
    สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.)
    ชั้น 3 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ติวานนท์ 14 หมู่4 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
    โทร. 02-832-9000 โทรสาร 02-832-9001

    www.nationalhealth.or.th | www.healthstation.in.th
 

Unsubscribe from this newsletter




วันเสาร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555

ประกาศแล้ว พี่น้อง !!! รายชื่อ 99 สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ

 

ประกาศแล้ว พี่น้อง !!! รายชื่อ 99 สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ

วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 22:35:03 น.

Share4

เมื่อไม่นานมานี้  ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ ประกาศสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ  เรื่อง รายชื่อสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๕ (๑) (๒) และ (๓)


ประกาศระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๔๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ และคำสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๗๒๑/๒๕๕๓ ลงวันที่
๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ จึงประกาศรายชื่อสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาตรา ๕ (๑) (๒) และ (๓) ซึ่งมีจำนวน

 

รวมทั้งสิ้น ๙๙ คน ดังต่อไปนี้

  ๑. นายกอบสิน พ่อค้า สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
  ๒. นายคงฤทธิ์ บัวบุญ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
  ๓. นายเจริญ จันทอิสสระ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
  ๔. นายเจริญศักดิ์ โรจนฤทธิ์พิเชษฐ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
  ๕. นายชนาประทิน อุ่นถา สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
  ๖. นายชยันต์ สังขไพฑูรย์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
  ๗. นายชลิต ทองมณี สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
  ๘. นายชะลิต ระวังภัย สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
  ๙. นายชัยยันต์ อยู่ศิริ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๐. นายชารินทร์ สิงห์ดี สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๑. นายณัฐชัย พวงสมบัติ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๒. นายณัฐวุฒิ ประทีปะวณิช สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๑๓. นายเดชา บันลือเดช สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๑๔. นายตันติพงศ์ นิกรเทศ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๕. นายเติมศักดิ์ บุญชื่น สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๖. นายทรงพล พูลสวัสดิ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๗. พันจ่าเอก เทียนชัย หัตถินาท สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๘. นายธวัชชัย ถนอมลิขิต สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๑๙. นายธาดา เอี่ยมอ่ำ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๐. นายธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๑. นายธีระ วงษ์เจริญ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๒. นายนิพนธ์ ดิษฐจร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๓. นายนิวัฒน์ พ้นชั่ว สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๔. นายบัญชา อรุณเขต สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๕. นายบุญธรรม จันทาพูน สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๖. นายบุญนำ นิกรเทศ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๒๗. นายบุญศรี สุขวาปี สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๒๘. นายบุญส่ง นับทอง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๒๙. นายประจักร์ บุญกาพิมพ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๐. นายประทีป กลีบแก้ว สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๑. นายประทีป เทพนม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๒. นายประเทือง ศรีใจ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๓. นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๔. นายประสาร เพชรมอญ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๓๕. นายประหยัด ลอแม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๖. นายปรีชา นุยืนรัมย์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๗. นายปิยวิทย์ โกฏิเพชร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๘. นายพงศกร พุฒตรง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๓๙. นายพรชัย พัฒนศักดิ์ภิญโญ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๐. นายพรม บุญมาช่วย สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๑. นายพล ดำธรรม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๒. นายพันศักดิ์ จิตรรัตน์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๓. นายพิชัย ไชยสาคร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๔. นายพิษณุ หวังมุขกลาง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๔๕. นายไพชยนต์ กังวลกิจ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๖. นายภักดีสยาม พรหมอินทร์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๔๗. นายมงคล สุขเจริญคณา สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๔๘. นายมงคลัตถ์ พุกะนัดด์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๔๙. นางมลชญา วารีรัตน์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๕๐. นายมะหะมัดซันโรนิง อามะ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๑. นายยูโซ๊ะ อาเก๊ะ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๒. นางเยาวมาลย์ ค้าเจริญ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๕๓. นางรัศภัธ ยิ่งสุขสันติสุข สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๕๔. นายเรืองเดช สุขสมบูรณ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๕. นายวรายุทธ์ ธนโชคสว่าง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๖. นายวรินทร์พงศ์ ศรีสันต์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๗. นายวัชระ จำปาเทศ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๕๘. นายวาสนา ปัญญาวิภาส สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๕๙. นายวิชัย จันทร์หอม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๐. นายวิชาญ โคตรจันทร์อุด สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๑. นายวิชิต พันธ์เพียร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๒. นายวิเชียร คำมา สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๓. นายวินชัย เสมาทอง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๔. นายวิลาศ สุริวงษ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๕. นายวิไล สายสอน สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๖. นายศิริชัย ออสุวรรณ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๓)
๖๗. นายสถาพร ศรีวันชื่น สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๘. นายสมคิด สังขมณี สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๖๙. นายสมชาย สกุลชิต สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๐. นายสมบัติ อำนาคะ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๑. นายสมบูรณ์ ใจเศษ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๒. นายสมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๓. นายสมศักดิ์ ฤกษ์อนันต์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๔. นายสมหมาย คำมาสาร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๕. นายสมัย สายบัว สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๗๖. นายสวัสดิ์ สายสุขกาจินะกุล สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๗๗. นายสว่าง ชื่นอารมณ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๘. นายสังคม อุปคุณ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๗๙. นายสันติ เกาะกาวี สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๘๐. นายสำออย วงศ์เณร สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๑. นายสิทธิพร จริยพงศ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๒. นายสุเทพ วุฒิธา สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๓. นายสุพล หมอนทอง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๔. นายสุรศักดิ์ วานิชกิจ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๘๕. นายเสนาะ ทับเล สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๖. นายแสณ เกิดฤทธิ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๗. นางสาวโสภาพรรณ กาสมสัน สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๘. นายหมุน แซ่จึง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๘๙. นายอติวรรธน์ หอมนาน สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๐. นายอนันต์ สงค์ประชา สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๙๑. นายอภิมาตร เหร็บควนเคี่ยม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๒. นายอภิศักดิ์ อังคสิทธิ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๓. นายอวิรุทธิ์ พรหมรัตน์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๔. นายอัฆฒ์ เจ้าเจ็ด สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๕. นางสาวอัญชลี บารมีรุ่งเรือง สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๙๖. นายอำนวย ปะติเส สมาชิกตามมาตรา ๕ (๒)
๙๗. ร้อยเอก อุบล พุทธรักษ์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๘. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)
๙๙. นายโอภาส ชาญยงค์ สมาชิกตามมาตรา ๕ (๑)

 

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
ฉลอง เทพวิทักษ์กิจ
หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1332602732&grpid&catid=01&subcatid=0000

วันพฤหัสบดีที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2555

รางจืด

 

 รางจืด

 

พร้อมจิต ศรลัมพ์

 

ช่วงนี้มีข่าวคราวถึงสมุนไพรที่ชื่อ "รางจืด" กันมาก ภาครัฐมีความพยายามที่จะนำศักยภาพของภูมิปัญญาไทยมาปัดฝุ่น และใช้งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มาช่วยในการขับเคลื่อนสมุนไพรชนิดนี้ให้เป็นประโยชน์ต่อคนไทยและมนุษยชาติ วันนี้สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จะรายงานให้ท่านได้เห็นภาพของสมุนไพร "รางจืด"ชัดเจนขึ้น

รางจืดมีประวัติในการใช้ล้างพิษในร่างกาย แก้อาการแพ้ผื่นคัน และโรคผิวหนัง เช่น เริม ว่ากันว่าชาวบ้านจะกินน้ำคั้นใบหรือรากรางจืดก่อนที่จะไป"แข่งพนันดื่มเหล้าทนไม่เมา" และได้ผลดี เวลารับประทานของแสลง แล้วปวดท้อง ท้องเสีย ที่เรียกว่าผิดสำแดง ก็จะใช้ใบรางจืดเช่นกัน ทั้งยามเผอิญหรือตั้งใจกินสารพิษ ก็ใช้รางจืดแก้พิษได้ มีการวิจัยในประเทศไทยมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ชัดเจน

พ.ศ. 2521 นักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล เป็นกลุ่มแรกที่ทดลองป้อนผงรากรางจืดให้หนูทดลองก่อนน้ำยาสตริกนินพบว่าไม่ได้ผล หนูชักและตาย แต่ถ้าผสมกับน้ำยาสตริกนินก่อนป้อน พบว่าหนูทดลองไม่เป็นอะไร แสดงว่าผงรากรางจืดสามารถดูดซับสารพิษชนิดนี้ไว้

พ.ศ. 2523 อาจารย์พาณี เตชะเสนและคณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ใช้น้ำคั้นใบรางจืดป้อนหนูทดลองที่กินยาฆ่าแมลง"โฟลิดอล" พบว่าแก้พิษได้ ลดอัตราการตายลงจาก 56% เหลือเพียง 5% เท่านั้น ในขณะที่วิธีการฉีดกลับไม่ได้ผล

พ.ศ. 2551 สุชาสินี คงกระพันธ์ ใช้สารสกัดแห้งใบรางจืดป้อนหนูทดลองที่ได้รับยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์แกนโนฟอสเฟตชื่อมาราไธออนพบว่าช่วยชีวิตได้ 30%

พ.ศ. 2553 จิตบรรจง ตั้งปอง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พบว่าสารประกอบในใบรางจืดช่วยป้องกันการตายของเซลล์ประสาทของหนูทดลองที่ได้รับพิษจากสารตะกั่ว จึงสามารถป้องกันสูญเสียการเรียนรู้และความจำได้อย่างมีนัยสำคัญ 

มีการวิจัยเรื่องใบรางจืดสามารถปกป้องตับ ซึ่งเป็นอวัยวะที่กำจัดสารพิษในร่างกาย เป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยรักษาชีวิตของผู้ที่ได้รับสารพิษ พ.ศ. 2543 รายงานวิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าสารสกัดแห้งของน้ำใบรางจืดน่าจะมีผลลดความเป็นพิษของตับจากแอลกอฮอล์ได้ พ.ศ. 2548 พรเพ็ญ เปรมโยธิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลว่าสารสกัดน้ำรางจืดแสดงฤทธิ์ดังกล่าว ทั้งในหลอดทดลองและในหนูทดลอง

นอกจากนี้ยังพบว่า สารสกัดน้ำใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วย

ถ้าจะใช้สมุนไพร ควรพิจารณาความเป็นพิษด้วย สำหรับใบรางจืดมีการทดสอบความเป็นพิษเฉียบพลันที่ป้อนหนูทดลองครั้งเดียว ทั้งขนาดปกติและขนาดสูง ไม่พบความผิดปกติใด ๆ และป้อนติดต่อกัน 28 วัน ขนาด 500 มก.ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. ไม่พบอาการผิดปกติเช่นกัน แต่อาจทำให้น้ำหนัก ตับ ไต สูงกว่ากลุ่มควบคุม  ค่าชีวเคมีที่เกี่ยวกับไตสูงขึ้น และ AST สูงขึ้น จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง และไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน

สำหรับการทดลองในคน ยังมีไม่มากนัก นพ. ปัญญา อิทธิธรรม  ทดลองเก็บข้อมูลการใช้สมุนไพรรางจืดในเกษตรกรซึ่งที่สัมผัสสารฆ่าแมลง ทั้งกลุ่มไม่ปลอดภัย กลุ่มเสี่ยง กลุ่มปลอดภัย โดยตรวจจากระดับเอนไซม์ในร่างกายที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้รับสารพิษนี้   พบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างกลุ่มที่กินและไม่ได้กินสารสกัดน้ำรางจืด แต่ยังสรุปไม่ได้ชัดเจนเพราะมีปัจจัยต่างของพื้นฐานร่างกายอื่น ๆ ของอาสาสมัคร เช่น ความแข็งแรง อายุเป็นต้น

เดือนกุมภาพันธ์ 2551 มีข่าวเรื่องน้ำคั้นใบรางจืดช่วยชีวิตผู้ป่วยอาการหนักมากจากพิษแมงดาทะเล ซึ่งได้รับการยืนยันจากแพทย์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมพรเขตอุดมศักดิ์ แสดงว่ารางจืดน่าจะมีสรรพคุณในการกำจัดพิษในร่างกายตามที่ตำรายาไทยระบุไว้

อย่างไรก็ตาม การทดลองหากลไกที่สารประกอบในใบรางจืดกำจัดพิษและทดลองในคน รวมทั้งการทดสอบพิษระยะยาวที่ให้หนูทดลองกินติดต่อกันนานกว่า 6 เดือน มีความสำคัญต่อการนำมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังและถูกต้อง ทั้งต้องให้ชัดเจนว่าสามารถแก้พิษอะไรได้บ้าง ในขนาดเท่าไร  และคุณภาพของใบรางจืดควรเป็นแบบใด เพราะในพื้นที่ปลูกและกระบวนการปลูกอาจก่อให้เกิดโลหะหนักในวัตถุดิบที่เกินมาตรฐาน เช่น แคดเมียมเป็นต้น การที่กระทรวงสาธารณสุขให้ความสนใจและจะจัดสรรงบประมาณพุ่งเป้าให้วิจัยสมุนไพรรางจืดเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะไม่มีเงินทำวิจัย นักวิทยาศาสตร์มีแต่สมองก็ทำอะไรไม่ได้

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล