วันเสาร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555

ลองของบิ๊กกสทช. 'นพ.ประวิทย์' มือดีเจาะยางรถ!

 

ลองของบิ๊กกสทช. 'นพ.ประวิทย์' มือดีเจาะยางรถ!

คาดมือดีลองของ เจาะยางรถยนต์ประจำตำแหน่ง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช.ด้านคุ้มครองผู้บริโภค โชคดีปลอดภัย ตั้งปมขัดแย้งเรื่องการทำงาน...

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กล่าวว่า เมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยรถยนต์เมอร์เซเดส เบนซ์ ป้ายแดงหมายเลขทะเบียน ต.-6550 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถประจำตำแหน่ง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ด้านคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ถูกเจาะยางรถระเบิดระหว่างเดินทางกลับที่พัก เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2555 แต่โชคดีที่ใช้ความเร็วไม่มากนัก โดยวันที่ 19 ก.พ. 2555 น.พ.ประวิทย์ ได้เดินทางไปอำเภอหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประชุมทำแผนแม่บทฯ และวันที่ 20 ก.พ.2555 ได้นำไปล้างอัดฉีด ก่อนนำกลับมาจอดไว้ที่ลานจอดรถอาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. และขับออกไปอีกครั้งในช่วงเย็น ปรากฏว่าระหว่างขับรถกลับที่พักล้อหนึ่งเกิดระเบิดขึ้นกลางทาง

แหล่งข่าวระบุว่า หลังจาก นพ.ประวิทย์ เข้ารับตำแหน่งพร้อมกับ กสทช.อีก 10 คน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2554 ที่ผ่านมา มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความไม่พอใจให้สำนักงานบางฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณของสำนักงาน

แหล่งข่าว กล่าวต่อว่า ขณะนี้ มีโครงการที่ นพ.ประวิทย์ ดำเนินการตรวจสอบเครือข่ายสัญญาณค่ายมือถือ หรือโครงการไดร์ฟเทส และสำนักงานหนึ่งเป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง เป็นผู้รับผิดชอบเขียนโครงการ โดยใช้งบประมาณ 1.9 ล้านบาท และต่อมามีสำนักหนึ่งที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่กลับเข้ามายุ่งเกี่ยว โดยเขียนโครงการแบบเดียวกัน ขอใช้งบประมาณ 3 ล้านบาท และมีงบประชาสัมพันธ์ 2 ล้านบาท รวมทั้งโครงการเป็น 5 ล้านบาท ทำให้เห็นว่าเป็นเรื่องซ้ำซ้อนกับหน่วยที่ทำอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น ที่สำนักงานดังกล่าว เขียนโครงการขอซื้ออุปกรณ์ตรวจสอบคลื่นวิทยุชุมชนที่รบกวนคลื่นวิทยุการบิน โดย นพ.ประวิทย์ ได้เรียกสำนักดังกล่าวมาชี้แจง เพราะเห็นว่าอุปกรณ์ที่ใช้ตรวจสอบมีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อใหม่ และเวลาตรวจวิทยุชุมชนเป็นหน้าที่ของฝ่ายกระจายเสียง ไม่ใช่ฝ่ายโทรคมนาคม จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดความไม่พอใจ

อย่างไรก็ตาม ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้จะเกิดความขัดแย้ง ในประเด็นไม่พอใจการปฏิบัติงานของนพ.ประวิทย์ ที่มีการผลักดันในบทบาท กสทช.ที่ดูแลการคุ้มครองผู้บริโภคในหลายประเด็นเกี่ยวกับโทรคมนาคม นอกจากนี้ เอกสารสำคัญในห้องทำงานยังหายไป ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ข้างต้น ที่ประชุมบอร์ด กสทช.วันนี้ จะพิจารณาประเด็นการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยให้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดที่ไม่มี นอกจากนี้ ยังเสนอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายใน ซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายของสำนักงาน กสทช.ทุกระดับ รวมถึงบอร์ดด้วย

ด้าน พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการ กสทช. และประธานด้านกิจการกระจายเสียง กล่าวว่า ยืนยันจะพยายามตรวจสอบและแก้ปัญหาในสิ่งที่สังคมตั้งข้อสังเกต ทั้งนี้ หากใครพบความไม่โปร่งใสสามารถร้องเรียนมาได้

โดย: ทีมข่าวไอทีออนไลน์

14 มีนาคม 2555, 19:30 น.

วันจันทร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันอังคารที่ 13 มีนาคม 2555 ณ หอประชุม สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล ถ.สามเสน เขตดุสิต เวลา 12.00 - 15.00 น.

  สภากรุงเทพมหานคร ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน) และบริษัท เอ็น.ที.อาร์.มีเดีย แอนด์ คอนซัลแทนท์ จำกัด ร่วมจัดประกวด "ธิดาแรง ประจำปี 2555" ในแนวคิด "คุณค่าที่เหนือกว่าความงาม" (Values Beyond Beauty) ชิงเงินรางวัล 100,000 บาท มงกุฎทองคำ มูลค่า 100,000 บาท ถ้วยเกียรติยศ และสายสะพาย โดยมี พล.อ.อัครเดช ศศิประภา เป็นประธาน พร้อมด้วย น.ส.นิยาวดี รัตนไพฑูรย์ ธิดาแรงงาน ปี 2554 รองอันดับหนึ่ง จ่าอากาศเอกหญิง ณรัชวีร์ กลั่นไพรี รองอันดับสองร.ต.หญิง ศรีนภัสร์ ศุภนิชยานันท์ ร่วมกล่าวถึงประสบการณ์ในการประกวดธิดาแรงงานในปีที่ผ่านมา

          โอกาสนี้ ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนแถลงข่าว "การประกวด ธิดาแรงงาน ประจำปี 2555" ในวันอังคารที่ 13 มีนาคม 2555 ณ หอประชุม สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล ถ.สามเสน เขตดุสิต เวลา 12.00 - 15.00 น. ดำเนินรายการโดย นายอุเทน พรหมมินทร์ และนางสาวกวันรัตน์ พิรติชัยธนกุล

วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555

รวบรวมเพลงสำหรับงานปัจฉิมมาให้ครับ By: นันยาง Nanyang

รวบรวมเพลงสำหรับงานปัจฉิมมาให้ครับ....เห็นหลายคนกำลังหาอยู่ ใครมีเพลงอื่นๆ เม้นต่อได้เลยครับ 



ความสุข ความทรงจำ ไม่มีที่สิ้นสุด http://youtu.be/ZuJAbVkMCLg
กว่าจะรัก (พลอย) http://youtu.be/xq5BnGlCgqs
วันเดือนปี http://youtu.be/S8LZJlmcxzg
ไม่มีเธอวันนั้น ไม่มีฉันวันนี้ http://youtu.be/UTNAPAtGJzQ
ฉันจะจำเธอไปในแบบนี้ http://youtu.be/D2fuIBD74GU
หัวใจผูกกัน http://youtu.be/7fnRP0SfPg8
จะได้เจอกันอีกไหม http://youtu.be/xkHymeWSTJU
เก็บไว้ http://youtu.be/maKpv1RdjRM
ด้วยรักและผูกพัน http://youtu.be/ibq9swOKJzY
ขอให้เหมือนเดิม http://youtu.be/VHBuFd8OUx8
เก็บมันเอาไว้ http://youtu.be/0FFLYib7rI4
ช่วงที่ดีที่สุด http://youtu.be/hRXAS5WXAqQ
คำว่าเพื่อน http://youtu.be/aIijAb3M6Vc
กันและกัน http://youtu.be/NnPW34hXTjk
ฉันจะไม่ลืม http://youtu.be/lhwgmrJ9Q7k
ขอ http://youtu.be/QZk_3uY_56c
เพื่อน http://youtu.be/UyIuFQefBtI
เราและนาย http://youtu.be/OJ_dhXiu_Sg
หนังสือรุ่น http://youtu.be/CqXONNSYVK4
เพื่อนแท้ http://youtu.be/Rjq0klfTXnw
Take Care นะ http://youtu.be/lqAiZf8Owoc
เพื่อนไม่ทิ้งกัน http://youtu.be/jjebM9IcQIk
สิ่งสำคัญ http://youtu.be/LgDvMYHgXGQ
เรื่องมหัศจรรย์ http://youtu.be/yae1VDqQ-bw
ขอบคุณที่รักกัน http://youtu.be/7r2AWgkAxvk
ฉันจะยืนข้างเธอ http://youtu.be/gIsSyFXXYYo
ความทรงจำสีจาง http://youtu.be/ltijWKd7orQ
อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้ฯ http://youtu.be/psuJyKD4OJI
 

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

วันสตรีสากล กับสตรีไทย

 ในอดีตสตรีมักเป็นฝ่ายที่ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของชาย ไร้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพอย่างที่ควรจะได้รับและควรจะเป็น การกดขี่ข่มเหงและเอารัดเอาเปรียบที่มีมาตลอดในสังคม ได้กลายเป็นแรงผลักดันให้สตรีส่วนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรม และความเท่าเทียมกันในสังคม ทั้งในส่วนของการต่อสู้ของปัจเจกชน การต่อสู้เป็นขบวนการ ซึ่งการต่อสู้เหล่านี้เกิดขึ้นทุกหนแห่ง ราวปี ค.ศ. 1789 (พ.ศ.2332) ก่อนมีการอ่านคำประกาศสิทธิมนุษยชนในสมัชชาแห่งสหประชาชาติ บรรดาสตรีชาวปารีสได้พร้อมใจกันเดินขบวนไปยังพระราชวังแวร์ซายส์ ในระหว่างการปฏิวัติฝรั่งเศส เพื่อเรียกร้องเสรีภาพ ความเสมอภาคและภราดรภาพ รวมทั้งการเรียกร้องความคุ้มครองแก่สตรีขึ้นเป็นครั้งแรก ในครานั้นได้มีสตรีชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง ลุกขึ้นมาประกาศ "สิทธิสตรี 17 ข้อ" อันได้แก่ เสรีภาพทางความคิด สิทธิทางการศึกษา เป็นต้น แต่ในที่สุดเธอก็ถูกประหารชีวิต โดยข้อหาว่า "ละเลยคุณธรรมที่สตรีเพศควรจะยึดมั่น"

ต่อมาในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1857 (พ.ศ.2500) กลุ่มผู้ใช้แรงงานสตรีโรงงานทอผ้าและ ตัดเย็บเครื่อง นุ่งห่มพากันเดินขบวนประท้วงในนิวยอร์ก เพื่อเรียกร้องสิทธิในการทำงานและให้มีการรับรองสภาพการทำงานของสตรีที่ดียิ่งขึ้น

ในปี ค.ศ.1866 (พ.ศ.2409) ได้มีการประชุมสมัชชาของบรรดาสมาคมผู้ใช้แรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 1 ขึ้น และที่ประชุมได้มีมติเกี่ยวกับการทำงานประกอบอาชีพของสตรี ซึ่งถือเป็นมติที่ ท้าทายต่อขนบประเพณีครั้งเด่นในสมัยนั้น ที่กำหนดให้สตรีต้องอยู่แต่ที่บ้าน จนมาถึงปี ค.ศ.1889 (พ.ศ.2432) ในวันที่ 19 กรกฎาคม คลาลา เซทคิน ผู้นำสตรีชาวเยอรมันได้แสดงสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในเรื่องปัญหาของสตรีต่อที่ประชุมผู้ก่อตั้งสภาคองเกรสสากล ครั้งที่ 2 ในกรุง ปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยได้เรียกร้องให้สตรีมีสิทธิในการทำงาน เรียกร้องให้มีการคุ้มครองสตรีและเด็ก รวมทั้งยังได้เรียกร้องให้สตรีมีส่วนร่วมในการประชุมระดับชาติและระดับสากลอีกด้วย มันเป็นเสียงเรียกร้องที่สำคัญอย่างยิ่ง ที่ถือได้ว่าเป็นการจุดประกายการเคลื่อนไหวในขณะนั้น

ต่อมาอีก 10 ปี ในปี ค.ศ.1890 (พ.ศ.2433) ได้มีการจัดประชุมกลุ่มสตรีผู้ต่อต้านสงครามขึ้นที่กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ การประชุมนี้เป็นจุดเริ่มของการต่อต้านสงคราม ซึ่งได้มีการพัฒนาขบวนการต่อมาในการทำงานอย่างต่อเนื่องในช่วงศตวรรษที่ 20 เมื่อมาถึงศตวรรษที่ 19 ในปี ค.ศ.1910-1911 (พ.ศ.2453-2454) วันที่ 8 มีนาคม มีการนัดหยุดงานและเดินขบวนของกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าที่เมืองชิคาโก เพื่อเรียกร้องสิทธิสตรีของแรงงานสตรี นำโดย คราลา เซทคิน ผู้นำสตรีชาวเยอรมัน และมีผู้นำแรงงานสตรีจาก 18 ประเทศ ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อสนับสนุนและเสนอให้มีการคุ้มครองแรงงานสตรีในระบบสามแปด กล่าวคือ 8 ชั่วโมงทำงาน 8 ชั่วโมงเพื่อการพักผ่อน 8 ชั่วโมงเพื่อการศึกษา แสวงหาความรู้เพื่อพัฒนา ศักยภาพ (เนื่องจากคนงานสมัยนั้นต้องทำงานในโรงงานวันละ 16-17 ชั่วโมง โดยไม่มีวันหยุด ไม่มีการประกันความปลอดภัยของแรงงานใดๆ และเป็นผลให้เกิดความเจ็บป่วยล้มตายในเวลาอันสั้น) และได้มีการฉลองวันสตรีสากลขึ้นเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาดังกล่าว โดยมีประเทศต่างๆจัดงานขึ้นพร้อมกันได้แก่ ออสเตรีย เดนมาร์ค เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ มีประชาชนทั้งชายและหญิงมากกว่าหนึ่งล้านคนร่วมชุมนุม มีการเรียกร้องสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง สิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพิ่มเติมจากการเรียกร้องสิทธิในการทำงาน การเข้ารับการ อบรมวิชาชีพ และการให้ยุติ การแบ่งแยกในการทำงาน

ในปี ค.ศ.1912 (พ.ศ.2455) มีการจัดวันสตรีสากลเพิ่มขึ้นใน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ สวีเดน และในปี ค.ศ.1913 (พ.ศ.2456) มีการจัดชุมนุมเนื่องในวันสตรีสากลขึ้นในรัสเซียเป็นครั้งแรก ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบอร์ก แม้จะมีการขัดขวางจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) วันสตรีสากลที่จัดขึ้นก็ได้ชูคำขวัญของขบวนการสันติภาพ เพื่อต่อต้านสงครามที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในยุโรป หลังจากนั้นเป็นต้นมาการฉลองวันสตรีสากลก็ทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สตรีในทวีปต่างๆ ทั้งในแอฟริกา เอเซีย และลาตินอเมริกา ต่างร่วมมือกันต่อสู้เพื่อสิทธิที่เท่าเทียมและเพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งการผลักดันให้ตระหนักในสิทธิมนุษยชนอย่างสมบูรณ์

ในปี ค.ศ.1957 (พ.ศ.2500) สหประชาชาติได้เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการเชิญชวน ให้ทุกประเทศทั่วโลกกำหนดให้วันหนึ่งวันใด เป็นวันฉลองแห่งชาติว่าด้วยสิทธิสตรีและสันติภาพสากล โดยขึ้นอยู่กับขนบธรรมเนียมประเพณี และสภาพทางประวัติศาสตร์ของแต่ละประเทศ ซึ่งหลายๆ ประเทศได้ให้ความสนใจและให้ความสำคัญ และกำหนดให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล รวมทั้งประเทศไทยด้วย

สำหรับสตรีในประเทศไทยกลุ่มสตรีและองค์กรแกนนำกลุ่มต่างๆ ได้มีการดำเนินกิจกรรมและรณรงค์อย่างต่อเนื่องมากกว่า 30 ปี เพื่อนำเสนอสถานการณ์ปัญหา การถูกเอารัดเอาเปรียบของ แรงงานสตรี อีกทั้งการทำงานโดยได้รับค่าจ้างและสวัสดิการอย่างไม่เป็นธรรมของสตรีที่เป็นอีกปัญหาใหญ่ ตลอดจนเรียกร้องความเสมอภาค และขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในรูปแบบต่างๆ ปัจจุบันแม้สิทธิของแรงงานสตรีและสตรีทั่วไปจะได้รับการพูดถึงและรับรองเพิ่มมากขึ้น แต่ในสภาพความเป็นจริงแรงงานสตรีทั้งในระบบและนอกระบบยังต้องเผชิญปัญหากับการถูกเลือกปฏิบัติ ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ได้รับความคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วยจากการทำงาน สตรีถูกคุกคามเมื่อออกมาเรียกร้องสิทธิ ขณะเดียวกันสตรีทั่วไปก็ยังขาดความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิต แม้แต่สิทธิในชีวิต เนื้อตัว ร่างกาย ก็ยังถูกคุกคาม "การต่อสู้ของสตรีไทยที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ครั้งแรกน่าจะเป็นกรณีของ อำแดงจั่น และอำแดงเหมือน เป็นสตรีที่ออกมาเรียกร้องสิทธิพึงมีพึงได้ของตนในฐานะที่เป็นคน อำแดงเหมือนเรียกร้องสิทธิที่จะสามารถเลือกคู่ครองตามที่ตนเองต้องการ ส่วนอำแดงจั่นเรียกร้องสิทธิที่จะเป็นเจ้าของร่างกายของตนมิให้ถูกขายไปเป็นทาส การต่อสู้ของสองสตรีส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแก้ไขกฎหมายลักพาเมื่อปี พ.ศ.2408 โดยให้สิทธิสตรีในการเลือกคู่ครอง รวมทั้งแก้ไขกฎหมายผัวขายเมีย บิดา-มารดาขายบุตร เมื่อปี พ.ศ.2411 โดยระบุว่าผัวจะขายเมียไม่ได้ถ้าเมียไม่ยินยอม"

ปัจจุบันปัญหาของสตรีซับซ้อนมากขึ้น ทุกวันนี้สตรีมีสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง แต่ก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะได้รับเลือกตั้ง ทุกวันนี้สตรีมีสิทธิทางการศึกษา แต่ก็หนักหนาสาหัสที่จะก้าวสู่ความเป็นผู้บริหารระดับสูง ทุกวันนี้การบังคับแต่งงาน การขายลูก ขายเมียเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่การเอาลูกเอาเมียไปขัดดอกก็ยังมีอยู่ ความเชื่อว่าเมียเป็นสมบัติของผัวก็ยังคงอยู่ นอกจากนี้ยังมีประเด็นปัญหาหลักๆต่อสตรีที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในสังคมปัจจุบัน อันได้แก่ ความไม่เสมอภาคระหว่าง ชาย-หญิง , การกำหนดค่าจ้าง และจ่ายค่าจ้างในการทำงานที่ต่ำกว่าเพศชาย , การถูกเลือกปฏิบัติ ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเพศชาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้บังคับบัญชา , การถูกเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม , ไม่ได้รับการคุ้มครองเมื่อเจ็บป่วยจากการทำงานอย่างที่สมควรจะเป็น , การถูกคุกคามทางเพศในรูปแบบต่างๆ , สิทธิในการเลือกใช้นามสกุล , สิทธิในการลาดคลอดอย่างต่ำ 90 วัน โดยได้รับค่าจ้างเต็ม ในทางปฏิบัติที่เป็นจริง , ขาดการส่งเสริมโอกาสในการศึกษาและพัฒนาตนเองในการประกอบอาชีพ และการปฏิบัติรุนแรงต่อสตรี

"หากดูจากประเด็นปัญหาต่างๆ เหล่านี้แล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบันและบางครั้งอาจเป็นเรื่องใกล้ตัว หรือไกลตัวก็แล้วแต่ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ยังคงรอการแก้ไขจากทุกฝ่ายในสังคม โดยเฉพาะตัวของเราเองทุกคนที่ต้องปรับทัศนคติต่อสตรีให้ดีขึ้น มีการคุกคามหรือเอารัดเอาเปรียบให้น้อยลงให้ได้มากที่สุด มีความเสมอภาคระหว่างเพศ ขณะเดียวกันสตรีก็ต้องทำให้เห็นถึงศักยภาพของตนเองที่เทียบเท่าเพศชาย และที่สำคัญที่สุดคือภาครัฐ ที่ต้องมาดูแลสนใจและเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง เพื่อสังคมที่เท่าเทียมกันและสันติต่อไป"

http://www.thaingo.org/writer/view.php?id=168

วันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2555

" ประนาม " หรือ " ประณาม " คำใดเขียนถูก

 > > แนะนำ คำไทย ::: " ประนาม " หรือ " ประณาม " 
คำใดเขียนถูก




สืบเนื่องจากกระทู้ที่แล้ว ได้ตั้งเกี่ยวกับพวกชอบโพสต์จดหมายลูกโซ่

เลยไปหาความรู้มาให้อ่านกัน จะได้นำไปใช้ได้ถูกต้องค่ะ




ประนาม ประณาม คำใดเขียนถูก 

      คำว่า ประนาม ประณาม เป็นคำถูกทั้งคู่ แต่ใช้คนละกรณี
ประนามเป็น ความหมายลบ คือการประนามความผิด นามตรงนี้มาจากนามที่แปลว่าชื่อ ส่วน ประณาม มีความหมายบวกแปลว่า สรรเสริญ เช่น ในสมัยก่อนเมื่อไทยเราเป็นสยาม บทร้องราชสดุดีของลูกเสือ กล่าวว่า "ปวงข้าเจ้าเหล่าเชื้อลูกเสือสยาม ขอประณามบาทบงสุ์ พระทรงศรี"


      เมื่อตอนหลังเปลี่ยน สยาม เป็น ไทย จึงแก้ว่า "ข้าฯ ลูกเสือเชื้อไทยใจเคารพ ขอน้อมนบบาทบงสุ์พระทรงศรี" ประณามมีความหมาย สูง เวลากวีจะแต่งบทร้อยกรองที่ยาวเป็นเรื่อง มักขึ้นต้นด้วยอาเศียรพาท บทอาเศียรพาทเรียกอีกอย่างว่า บทประณาม หรือประณามพจน์ กวีจะประณามตั้งแต่พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพิฆเนศวร์ พระวิษณุ พระมหากษัตริย์


     เมื่อเป็นเช่นนี้ เราไม่ใช้ร่วมกับคำว่า ประนามหยาม เหยียด หรือ ประนามความผิด ถ้าใช้ว่า ประณามความผิด ก็คือการสรรเสริญความผิดซีครับ เช่น "ชายผู้นั้นเป็นผู้ร้ายฆ่าข่มขืน ผู้คนต่างก็รุมประณามเขา" ความหมายก็เท่ากับ "ชายผู้นั้นเป็นผู้ร้ายฆ่าข่มขืน ผู้คนต่างก็แซ่ซ้องสรรเสริญเขา" ขอให้ระวังเรื่องความหมาย 





เครดิต ::: muslimthai.com


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 21 พฤษภาคม 2553 / 09:54

วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

นโยบายส่วนตัวของกูเกิล

 

นโยบายส่วนตัวของกูเกิล

ในช่วงนี้ สำหรับผู้ใช้บริการของ "กูเกิล" ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต คงแปลกใจไปกับข้อความเตือนให้ผู้ใช้ว่า ทางกูเกิลเตรียมเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่จะมีผลใช้เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555 ที่จะถึงนี้

ทางกูเกิลได้ชี้แจงให้หน้าเว็บกับหัวข้อ "หนึ่งนโยบาย หนึ่งประสบการณ์" ว่ากำลังจะเลิกใช้นโยบายความเป็นส่วนตัว

ที่มีมากกว่า 60 ฉบับแตกต่างกัน และแทนที่ด้วยนโยบายเพียงหนึ่งเดียวที่สั้นกว่าและอ่านง่ายกว่ากันมาก นโยบายใหม่นี้จะครอบคลุมผลิตภัณฑ์และคุณลักษณะที่หลากหลาย สะท้อนให้เห็นความปรารถนาของกูเกิลที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่เรียบง่าย งดงาม แต่ชาญฉลาดตลอดทั่วทั้งกูเกิลไปยังผู้ใช้งาน

ข้อกำหนดดังกล่าวได้ครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในเครือทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล เสิร์ช, จีเมล์, ยูทูบ และกูเกิล พลัส

ผู้บริหารของกูเกิลระบุว่า ได้พยายามปรับเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ในเครือข่ายทั้งหมดให้เป็นเอกภาพ และเพิ่มคำอธิบายถึงกระบวนการเก็บและใช้ข้อมูลของลูกค้าให้ชัดเจนและอ่านง่ายมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างเว็บไซต์ผู้ให้บริการและผู้ใช้งาน

โดยการปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์ให้มีประสิทธิ-ภาพมากขึ้นในครั้งนี้ เป็นไปเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการค้นหาข้อมูลให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้บริการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ใช้กูเกิลแอคเคาต์ รวมทั้งจะช่วยให้บริษัทโฆษณาเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ตรงเป้าหมายมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

การปรับเปลี่ยนนโยบายความเป็นส่วนตัวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่กูเกิลต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาว่าเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการไปในทางที่ไม่ถูกต้อง จากกรณีการเปิดเผยรายชื่ออีเมล์ของผู้ใช้งานในเครือข่ายสังคมออนไลน์ "บัซ" โดยไม่ได้รับอนุญาต จนเครือข่ายดังกล่าวต้องปิดตัวไปในที่สุด

ขณะที่ไมโครซอฟท์ ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญ สบช่องได้โอกาสออกมาโจมตีกับนโยบายดังกล่าว โดยผู้บริหารรายหนึ่งระบุในบล็อกของตนว่า ไมโครซอฟท์ได้ให้ข้อเสนอทางเลือกที่มีความปลอดภัยกว่ากูเกิล พร้อมกับเตรียมแคมเปญโฆษณาขนาดใหญ่ เพื่อชี้ให้เห็นความผิดพลาดในการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้

ขณะเดียวกันได้ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงของกูเกิลเพื่อการแบ่งปันข้อมูลของผู้ใช้ผ่านผลิตภัณฑ์หลากหลายจะสร้างความยากลำบากให้กับผู้ใช้งานในการควบคุมข้อมูลของตนเอง พร้อมกับยกตัวอย่างฮอตเมล์ของไมโครซอฟท์กับผู้ใช้งานจำนวนหลายร้อยล้านคนไม่ต้องกังวลกับข้อมูลส่วนตัวในอีเมล์ที่จะนำไปใช้เพื่อการโฆษณา

ด้านกูเกิลได้ออกมาตอบโต้ทันทีว่า ไมโครซอฟท์เองก็มีนโยบายใช้ข้อมูลร่วมกัน ซึ่งข้อมูลของผู้ใช้งานที่เก็บรวบรวมผ่านทางบริการของไมโครซอฟท์อาจจะถูกรวมกันกับข้อมูลที่ได้รับผ่านบริการอื่นๆของไมโครซอฟท์เองด้วย

สำหรับผู้ใช้งานของทั้งสองค่ายเองก็คงจับตากันต่อไป ข้อมูลส่วนตัวจะถูกนำไปปู้ยี่ปู้ยำหรือไม่!!


หนุ่มดิจิตอล
cybernet@thairath.co.th

โดย: หนุ่มดิจิตอล

5 กุมภาพันธ์ 2555, 05:00 น.


วันเสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ฟังเสียงเด็กวิพากษ์ "ซิมซิมิ" ที่ผู้ใหญ่ฟังแล้ว "อึ้ง" (ชมคลิป)

 


ฟังเสียงเด็กวิพากษ์ "ซิมซิมิ" ที่ผู้ใหญ่ฟังแล้ว "อึ้ง" (ชมคลิป)

วันที่ 03 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555   เวลา  21:15:00
มติชนออนไลน์

แอปพลิเคชั่นที่มาแรงขึ้นแท่นแอปฯ ในใจเด็กชั่วโมงนี้

หนีไม่พ้นเจ้าไก่อ้วนตัวเหลือง "ซิมซิมิ" (simsimi) จากแดนโสม

แชทบอทที่เรียกได้ว่า "เกรียน" สุดๆ

เพราะถูกบัญญัติคำตอบจากบรรดาผู้ใช้

บางคำตอบเห็นแล้วอมยิ้ม บางคำตอบเห็นแล้วมีอึ้งกันไปตามๆ กัน

 

ล่าสุดมีเสียงจาก "กระทรวงวัฒนธรรม" ที่กระทุ้งให้ "กระทรวงไอซีที"

ช่วยประสานเจ้าของระบบให้ตรวจสอบการใช้ภาษาในการเล่น

รวมถึงการสร้างระบบคัดกรองคำเหมือนที่เกาหลี

 

ก่อนที่จะได้บทสรุปในเรื่องนี้

"มติชนออนไลน์" ขอเปิดพื้นที่ให้เด็กๆ ในฐานะผู้ใช้แอปฯ "ซิมซิมิ" โดยตรง

ได้ร่วมวงแชร์ประสบการณ์และมุมมองตามวัย

 

บางคำตอบฟังแล้ว ผู้ใหญ่อาจมีอึ้ง

 

 



Thailand Web Stat